nimcuisine

A fine WordPress.com site

สตรอเบอร์รี่มัฟฟิน

วันนี้อากาศแปลกๆ จะแดดออกก็ไม่ออก จะฝนก็ไม่ฝน..อาทิตย์ที่แล้วอากาศเริ่มร้อน เรารึก็อุตส่าห์ดีใจ ซักผ้าผ่อนมันก็แห้งเร็วคะ ไม่อับชื้นเหมือนช่วงหน้าหนาว..แต่วันนี้แดดหาย อากาศเย็นๆซะงั้น เออ แปลกจริงๆที่นี่

ตื่นเช้าเริ่มทำความสะอาดบ้าน ทำอาหาร มองๆดูรอบๆห้องครัวไม่มีของหวานสแตนด์บายให้สามีเลย ตายหละหว่า คิดๆๆ ในช่วงที่ทำอาหารก็เลยละมือมาทำมัฟฟินควบคู่ไปด้วยดีกว่า ขนมตัวนี่ไม่ยุ่งยาก ไม่ต้องใช้หัวตี ผสมๆแป๊ปเดียวก็ได้กิน …เพราะในตู้เย็นมีสตรอเบอร์รี่แช่อยู่ เริ่มจะงอมมากๆ ไม่ทำก็เสียดาย เกรงว่าถ้าไม่เอามาทำขนมวันนี้ ต้องได้ทิ้งขยะ อิอิ

IMG_2619

ส่วนผสม

1.แป้งเค้ก  200 กรัม

2.เบกกิ้งโซดา  3/4 ช้อนชา

3.ผงฟู  1 ช้อนชา

4.น้ำตาลทราย  100 กรัม

5.เกลือซักหยิบมือเดียว

6.เนยจืดละลาย  75 กรัม

7.โยเกิร์ตรสธรรมชาติ  200 กรัม

8.ไข่ไก่ 1 ฟอง

9.สตรอเบอร์รี่  200 กรัม

วิธีทำ

**ก่อนอื่นเลย ต้องเปิดเตาอบไว้ที่ 200 องศาเซลเซี่ยล  และเตรียมถาดวางพิมพ์อบ รองด้วยถ้วยกระดาษมัฟฟินเตรียมไว้นะคะ**

1.นำสตรอเบอร์รี่มาล้างน้ำ แล้วซับด้วยกระดาษทิชชู่ให้แห้ง ซับเบาๆนะคะ เดี๋ยวสตรอเบอร์รี่จะช้ำและแฉะ หั่นเป็นชิ้นเล็กลูกเต๋าเตรียมไว้ (หรือใครชอบชิ้นใหญ่ๆ เต็มปากเต็มคำก็หั่นขนาดตามใจชอบก็ได้คะ

2.ร่อนแป้งเค้ก,,เบกกิ้งโซดา,,เกลือ,,ผงฟู,,น้ำตาลทราย ลงในอ่างผสมรวมกันนะคะ

3.นำเนยละลายผสมกับโยเกิร์ต ต่อยไข่ไก่ใส่ลงไป คนพอให้เข้ากัน

4.นำส่วนของ ของเหลวไข่ไก่ที่เราผสมไว้ เทลงในแป้งที่เราร่อนข้อแรก ใช้ตะกร้อมือคนพอเข้ากัน เติมสตรอเบอร์รี่ลงไป คนแค่ 2-3 รอบพอคะ อย่าคนนานนะคะ เดี๋ยวเนื้อขนมจะแข็งและสตรอเบอร์รี่จะเละคะ

5.ตักแป้งขนมหยอดใส่พิมพ์ที่รองด้วยถ้วยกระดาษมัฟฟิน นำไปอบในเตาได้เลยคะ

**อบไฟบนล่าง  15-20 นาที  แล้วแต่เตาอบแต่ละบ้านนะคะ **

(พอดีผสมแป้งแล้ว นิ่มก็ลืมไปว่าถ้วยมัฟฟินหมด ตายๆ ค้นๆไปก็เหลือแต่ถ้วยกระดาษรองขนม ทำไงได้ ก็เลยเอาถ้วยกระดาษรองขนมมาอบมัฟฟินแทน เล็กไปหน่อยแต่แก้ขัดได้อยู่ ฮ่าๆ)

ขอให้อิ่มอร่อยกับสตรอเบอร์รี่มัฟฟินในแบบฉบับ nimcuisine นะคะ  :-D

ใส่ความเห็น »

ขนมต้มใบเตย

จะเอ๋!! มาแล้ว….หายไปพักนึง กลับมาพร้อมขนมไทยวันนี้ โอย หูตา ฝ้าฟางคะ นั่งจ้องจอคอมนานๆมันเวียนหัว ก็เลยไม่ค่อยอัพสูตรขนม ข้าวต้มลงซักเท่าไหร่ สงสัยจะแก่แล้วแน่ๆนอน ฮ่าๆๆๆ

พอดีได้คุยแชทกะเพื่อนๆคนไทยด้วยกันเรื่องขนมต้ม ก็จี๊ดขึ้นมาทันทีว่าอยากกินจัง วันนี้ไปเดินห้างมาก็สอยมะพร้าวอิตาลี่มาซะ 3ลูก ลูกเล็กคะ แต่ก็กำลังดีนะ เพราะถ้าลูกใหญ่ไปแล้วทำขนมไม่หมดกลัวว่ามะพร้าวจะเสียทิ้ง เสียดายคะ ไม่ใช่ราคาถูกๆเลย เฮ้อ อยู่ต่างบ้านต่างเมืองนี่มันวุ่นวายยุ่งยากนะคะ ไม่ใช่จะสบายเลย หง่าๆ….

เอาเป็นว่าถึงจะอยู่ไกลแสนไกลแต่อย่างนุ่มนิ่มแล้วสบายคะ ประยุกต์ได้เสมอ อิอิ ไปดูส่วนผสมขนมต้มใบเตยกันดีกว่าคะ🙂

IMG_2555

ส่วนประกอบตัวแป้ง

1.แป้งข้าวเหนียว  1ถ้วยตวง (ที่บ้านไม่มีถ้วยตวงขนมคะ ใช้ ตราชั่งตวงเอา ได้ 8ออนซ์)

2.น้ำใบเตย 7-8  ช้อนโต๊ะ (เพิ่ม-ลดได้คะ ถ้าแป้งแห้งหรือแฉะไป) ที่นี่ใช้น้ำใบเตยกระป๋องคะ ส่วนถ้าใครมีใบเตยสดๆ ก็ดีเลยคะ

ส่วนประกอบตัวใส้ขนม

1.มะพร้าวขูด  1   ถ้วยตวง (ที่บ้านใช้ 8 ออนซ์คะ)

2.น้ำตาลปี๊ป  3-4 ช้อนโต๊ะ (ไม่พูนนะคะ) ถ้าใครชอบหวานมากน้อยก็ เพิ่ม-ลด ได้นะคะ

3.น้ำเปล่า 4 ช้อนโต๊ะ

4.เกลือซัก 1หยิบมือ ตัดหวานโดดคะ

5.มะพร้าวขูด ซัก 2กำมือ เอาไปนึ่งแล้วคลุกกับเกลือเตรียมไว้ (เหตุที่ต้องนึ่งก่อนเพราะว่า จะรักษาอายุของมะพร้าวให้ยืดออกไป ทำให้ไม่บูดง่ายนะคะ)

6.เทียนอบขนม (ใครไม่มีก็ไม่ต้องใช้คะ ไม่เป็นไร)

วิธีทำ

1.นำกระทะเทปล่อนตั้งไฟ ใส่มะพร้าวขูดลงไป ตามด้วยน้ำตาลปี๊ปและน้ำเปล่า กวนด้วยไฟอ่อนนะคะ กวนไปเรื่อยๆจนรู้สึกว่ามะพร้าวเริ่มเหนียวและสีนวลอมน้ำตาล เท่านี้ก็ได้ใส้ขนมแล้วคะ

(พยายามอย่ากวนใส้นานมากนะคะ กวนแค่ให้พอเหนียว เพราะว่าเวลาเราทิ้งให้ใส้ขนมเย็นตัว ถ้ากวนนานเกินไป ใส้ขนมที่ได้จะแข็งคะ ไม่อร่อย)

IMG_2548

2.หลังจากใส้ขนมเย็นตัวดีแล้วเราก็นำมาปั้นเป็นก้อนกลมเท่าเหรียญ 5บาท (อย่าปั้นแน่นนะคะ แค่ปั้นให้จับตัวกันก็พอคะ )

3.นำใส้ขนมที่ปั้นเสร็จแล้วมาวางเรียงลงหม้อ จัดการจุดเทียน เราอบใส้ขนมด้วยควันเทียน 30 นาทีคะ ปิดฝาให้เรียบร้อยแล้ว รอ รอ รอ ฮ่าๆ

IMG_2549

4.พอครบเวลาอบควันเทียนขนมแล้ว ให้นำหม้อใส่น้ำ 3/4 ของหม้อ ตั้งไฟรอให้น้ำเดือดคะ

5.จากนั้นเราหันมาทำตัวแป้งกันคะ เตรียมแป้งใส่ภาชนะ ค่อยๆ เติมน้ำใบเตยลงไปทีละช้อน นวดๆให้เข้ากัน จะรู้สึกได้ว่าแป้งไม่แห้งและแฉะเกินไป ก็จัดการปั้นเป็นก้อนกลมให้ใหญ่กว่าตัวใส้ซักหน่อย แผ่แป้งให้แบนแล้วหุ้มตัวใส้ ปั้นเป็นก้อนกลม วางเรียงไว้รอต้มเลย

IMG_2550

6.พอน้ำเดือดได้ที่แล้วก็หย่อนตัวแป้งที่เราห่อไว้ลงไปต้มคะ เวลาแป้งสุก แป้งจะลอยขึ้นมา ปล่อยให้ลอยต่อซักแป๊บ ก็ตักขึ้นด้วยกระชอน วางคลุกกับมะพร้าวขูดนึ่งคลุกเกลือที่เราเตรียมไว้ก่อนหน้านี้ ทำจนหมดก็เป็นอันเสร็จ เราก็จะได้ขนมต้มใบเตย หอม หวาน มัน แสนอร่อย ไว้รับประทานแล้วคะ

**กรุณาอย่าโฟกัสหม้อ พอดีหม้อนี้เคยเป็นหม้อทอดมาก่อน ขัดยังไงคราบก็ไม่ออก เห็นว่าหม้อมันเหมาะดีเลยจับมาต้ม สะอาดได้เท่านี้ อย่าว่ากันนะ ฮ่าๆๆ**

IMG_2553

IMG_2554

**ขอให้อิ่มอร่อยกับขนมต้มใบเตยในแบบฉบับ nimcuisine นะคะ **

ใส่ความเห็น »

ขนมไข่นกกระทามันฝรั่ง

วันนี้มีขนม ของว่างทานเล่นมาฝากกันคะ เป็นขนมที่ชอบมากในบรรดาขนมไทย คือขนมไข่นกกระทา เพราะสมัยตอนเด็กๆ เช้าๆจะชอบขอตังค์ปู่ 5บาท วิ่งไปซื้อขนมไข่นกกระทาร้านค้าโชว์ห่วยแถวบ้านมากินบ่อยๆ 

ร้านค้าโชว์ห่วยแถวบ้าน ช่วงเช้าตรู่เค้าจะไปรับพวกแกงถุงสำเร็จรูป ขนม ข้าวต้ม น้ำเต้าหู้ ปาท่องโก๋ และอีกต่างๆ นานา ราคาถุงละ 3บาท 5บาท 10บาท มาวางขาย คละกันไป สำหรับชาวบ้านที่ตื่นเช้า แต่มีงานรัดตัวก็ได้ร้านค้าร้านนี้แหละคะ เดินไปซื้อมากินแต่เช้าก่อนออกไปโรงเรียนหรือไปทำงาน ที่บ้านจะเป็นขาประจำอุดหนุนมาเป็นสิบๆปี ย่ากับปู่ชอบทำบุญใส่บาทก็ได้แกงถุงร้านนี้แหละคะ…แต่ถึงปัจจุบันนี้อารยธรรมแบบนี้ได้หดหายไปตามกาลเวลา เพราะคนส่วนใหญ่สมัยนี้มีวิถีชิวิตแตกต่างจากสมัยก่อนเยอะเลยคะ …..

นึกถึงอดีตก็คุยยาววววววววววววววววววววววเลย ฮ่าๆ ตัดบทฉับๆไปทำขนมกันดีกว่าเนาะ😀

 

IMG_2170

**ที่บ้านจะใช้วัตถุดิบที่หาง่ายๆนะคะ คือใช้มันฝรั่งแทนมันหวาน เพราะว่าหาง่ายสุดๆ ราคาก็ถูก บางทีก็ได้มาฟรีจากเพื่อนบ้านแถวๆนี้คะ ส่วนมันหวาน มันเทศตามห้างอิตาลี่บางที่ก็มีขาย แต่ราคาสูงจะกว่ามันฝรั่ง**

**แต่ถ้าใครมีมันหวาน มันเทศก็ใช้ได้เลยคะ**

 

ส่วนประกอบ

1.มันฝรั่งปลอกเปลือกแล้ว  250 กรัม

2.แป้งมัน  100 กรัม

3.แป้งสาลี  15  กรัม

4.น้ำตาลทราย  60  กรัม

5.ผงฟู  1/2  ช้อนชา

6.เกลือ  ซักหยิบมือเล็กๆ

 

วิธีทำ 

1.นำมันฝรั่งที่เราปลอกเปลือกแล้วมาหั่นแล้วนำไปนึ่งซัก 20นาที พอมันฝรั่งสุกก็บดให้ละเอียด วางพักไว้ให้เย็น

 

IMG_2148

2.ผสมแป้งมัน,,แป้งสาลี,,ผงฟู,,น้ำตาลทราย,,เกลือ ให้เข้ากัน จากนั้นก็ใส่มันฝรั่งบดลงไป ผสมนวดๆให้เข้ากัน (ถ้าดูแล้วแห้งไปก็เติมกะทิได้นะคะ พยายามอย่าให้เหลว เดี๋ยวจะปั้นไม่ได้นะคะ)

IMG_2151

3.ได้แป้งแล้วก็นำมาปั้นเป็นก้อนกลมเท่าเหรียญ 5บาท จนแป้งหมด

IMG_2153

4.ตั้งกระทะใส่น้ำมันให้ร้อน พอน้ำมันร้อนแล้วก็เบาแก๊สนะคะ เราจะทอดขนมด้วยไปกลาง ถ้าไฟอ่อนไปขนมจะอมน้ำมัน แต่ถ้าไปแรงไปขนมจะไหม้แล้วด้านในจะไม่สุกคะ

IMG_2157

5.น้ำมันได้ที่ก็นำขนมที่ปั้นไว่ลงไปทอดได้เลยคะ ทอดไปก็นำตระแกรง หรือตะหลิวกดตัวขนมเบามือแล้ววนๆไปเรื่อยๆ จนกว่าขนมจะเหลืองสุก และก็ตักออกมาพักให้สะเด็ดน้ำมัน พร้อมหม่ำแล้วคะ

IMG_2164

( สมัยก่อนเวลาเห็นเขาเอาตระแกรงวนๆ คนๆ เวลาทอด เคยถามแม่ค้าไปนะคะ ว่าทำไมต้องทำแบบนั้น? แม่ค้าแกก็บอกว่าขนมมันจะได้ไม่ติดกระทะและตัวขนมมันจะกลมเด้งน่ากินคะ)

**ใขอให้อิ่มอร่อยกับขนมไข่นกกระทามันฝรั่งในแบบฉบับ nimcuisine นะคะ😀

ใส่ความเห็น »

เค้กแอปเปิ้ล

มาแล้วจ้า มาแล้ว… หิวของหวาน หิวเค้ก หิวๆๆๆ ไม่รู้จะหิวอะไรกันนักกันหนาน๊อ วันๆคิดแต่เรื่องขนม นม เนยสิหน่า ฮ่าๆ

ตอนแรกมองๆวัตถุดิบ คิดๆว่าจะทำเค้กลูกแพร เพราะซื้อลูกแพรมาโลกว่าหมกในถาดผลไม้มาเป็นอาทิตย์แล้วก็ยังวางงอมอยู่นาน ไม่มีใครแตะเลย พอดูส่วนผสมอีกทีมันเยอะอะ ก็เลยทำเค้กแอปเปิ้ลกินดีกว่า …

แต่ว่าออกมาหน้าเค้กดันแอบไหม้ซะงั้น แหม่ ตั้งแต่กลับมาจากเมืองไทยคราวนี้รู้สึกว่าเตาอบที่บ้านจะเกเร สงสัยไกล้จะหมดอายุไขแล้วมั้ง เพราะปรับไฟเบาหน้าขนมยังจะไหม้ให้ได้ เออ เอากะมันสิ !! 

ต้องทนๆใช้ไปจนกว่ามันจะพังจริงๆแหละ เพราะราคาเตาอบที่นี่ อย่างพื้นๆก็ยังแพงมากๆ แล้วถ้าอย่างดีไม่ต้องสงสัยเลย หมดตูดตั้งแต่ยังไม่คิดจะซื้อ แพงเกิ๊นเด้อจ้า… แหะๆ มัวแต่โม้ บ่น ไปทำเค้กกันซักทีดีกว่าเนาะ🙂

IMG_2105

ส่วนประกอบ

1.เนยสดนุ่มๆ  80 กรัม

2.เกลือซักหยิบมือ

3.ไข่ไก่  2ฟอง

4.แป้งเค้ก หรือ แป้งสาลีอเนกประสงค์  130 กรัม

5.ผงฟู  1 ช้อนชา

6.นมสด  3-4  ช้อนโต๊ะ

7.กลิ่นวนิลลา  1/2  ช้อนชา

8.ผิวเลมอนขูด  ครึ่งลูก

9.แอปเปิ้ลสด 1-2 ลูก

10.น้ำตาลทราย  80 กรัม

11.แยมแอปริคอท

วิธีทำ 

**ก่อนอื่นเลยนั้นเราต้องเปิดเตาอบไว้  180-190  องศาเซลเซี่ยล ไฟบน-ล่าง เตาอบแต่ละบ้านก็เบา-แรงไม่เท่ากัน **

1.เตรียมพิมพ์เค้กโดยวางกระดาษไขปูรอง หรือว่าทาเนยลงบนพิมพ์เค้กแล้วโรยด้วยแป้งสาลีให้ทั่ว จากนั้นเคาะเศษแป้งที่เกินออกให้หมด

2.ตวงแป้งสาลีอเนกประสงค์ หรือ แป้งเค้กผสมกับผงฟู ร่อนรวมกันเตรียมไว้

3.นำเนยนุ่มและเกลือใส่ลงโถ ตีให้เนียนจากนั้นทยอยใส่น้ำตาลลงไปทีละน้อยจนหมด ตีให้เนยกับน้ำตาลเนียนฟูเป็นสีขาว

IMG_2086

4.พอเนยกับน้ำตาลฟูดีแล้วก็ใส่ไข่ตามลงไปทีละฟอง ตามด้วยกลิ่นวนิลลาและแป้งตามลงไป ค่อยๆใส่แป้งนะคะ อย่าใส่พรวดเดียวเดี๋ยวแป้งจับตัวเป็นเม็ด ตามด้วยผิวเลม่อนขูด และขั้นสุดท้ายก็ใส่นมสดลงไป ตีต่อแค่พอให้เข้ากันก็ปิดเครื่องตี

IMG_2087

5.นำตัวแป้งที่ได้เทลงพิมพ์ เกลี่ยให้เรียบ จากนั้นก็ปลอกแอปเปิ้ล ผ่า 3หรือ ผ่า4 กรีดแอปเปิ้ลเป็นริ้วๆ อย่าให้ขาดออกจากกัน วางบนหน้าเค้ก หรือจะฝานเป็นชิ้นบางๆวางเรียงบนเค้กก็ได้คะ จากนั้นนำเข้าเตาอบ ใช้เวลาอบ 40-50 นาที

IMG_2090

6.พอเค้กสุกดีแล้ว รอให้อุ่นก็เอาออกจากพิมพ์มาวางพักไว้ นำแยมแอปริคอทมาทาหน้าเค้กให้เงา จากนั้นก็เป็นอันเสร็จคะ (เค้กถ้ายิ่งแช่เย็น 1คืน แล้วเอาออกมาวางพักไว้ แล้วตัดกิน จะอร่อยมากๆคะ จะฉ่ำดี)

**จากรูป ที่บ้านนิ่มไม่มีแยมแอปริคอท เลยไม่ได้ทาหน้าเค้ก จะเห็นว้าเค้กหน้าดูซีดๆ ไม่ค่อยเงาแหะๆ**

ขอให้อร่อยกับเค้กแอปเปิ้ล ในแบบฉบับ nimcuisine นะคะ ขอบคุณคะ😀

ใส่ความเห็น »

ข้าวอบกุนเชียงหม้อดิน

มาแล้วๆๆๆๆ เมื่อคืนหิวข้าวมากมายเลยคะ มองๆดูก็ 2ทุ่มกว่าแล้ว ไม่อยากผัด ไม่อยากต้มอะไรแล้วอะคะ ขี้เกียจมาก เพราะตอนเย็นก็ทั้งรีดผ้า ทั้งเปลี่ยนผ้าปูที่นอน มันล้าแขนไปหมด…

เลยคิดๆ เอ เรามีสะเบียงอะไรในตู้แช่แข็งมั้งน๊า? โอ๊ว เกือบลืมเลย แช่แข็งกุนเชียงไว้เยอะเลย ก็เลยได้เมนู ..ข้าวอบกุนเชียง  เอาไปเอามาก็ต้องได้ผัดอยู่ดี แต่ก็สมกับที่ทำ คุณสามีกลับมาจากต่างจังหวัด หิวมากมาย กินไปก็ชอบคะ บอกว่าอร่อยดี ก็เลยดีใจหายเหนื่อยไปวันนี้ อิอิ

IMG_2119

**เราไปดูส่วนผสมกันเลยคะ**  

(ถ้าทำสำหรับหลายท่านเราก็เพิ่มปริมาณของข้าวสวย เพิ่มเครื่องนะคะ)

ส่วนประกอบข้าวอบกุนเชียงหม้อดิน

1.เนื้อหมูล้างให้สะอาดแล้วหั่นชิ้นพอคำสำหรับ 1ที่

2.กุ้งแห้งซัก 1ช้อนโต๊ะ

3.เห็ดหอมแช่น้ำ 2ดอก หั่นซอยเตรียมไว้

(ล้างให้สะอาดจึงค่อยแช่ เพราะเราจะใช้น้ำแช่เห็ดหุงข้าวนะคะ)

4.กระเทียมสับหยาบซัก 1 ช้อนชา

5.ขิงฝานบางๆหรือสับ 1ช้อนชา

6.กุนเชียงหั่นเฉียงๆซัก 10ชิ้น

7.เครื่องปรุงนะคะ ใช้ ซีอิ๊วขาว,,ซอสปรุงรส,,ซอสหอยนางรม,,น้ำปลา,,น้ำตาลทราย

8.ข้าวสวย ตวงสำหรับหุง 1ที่ ซาวน้ำให้สะอาด พักให้สะเด็ดน้ำคะ

9.น้ำมัน

วิธีทำ

1.ทอดกุนเชียงด้วยไฟอ่อนให้เพลือง จากนั้นก็ตักออกพักให้สะเด็ดน้ำมัน

2.ตั้งกระทะใส่น้ำมันรอให้ร้อน จากนั้นก็เติมขิงฝานหรือขิงสับลงไปผัดให้มีกลิ่นหอม จากนั้นก็ใส่กระเทียมสับผัดต่อให้พอเหลือง เติมเนื้อหมูลงไปผัดให้หมูสุก

3.พอหมูสุกแล้วจึงเติมเห็ดหอม กุงแห้ง กุนเชียงที่ทอดไว้ลงไปเลย แล้วก็ปรุงรส

(แต่ระวังหวานนะคะเพราะกุนเชียงมีรสชาติหวานอยู่แล้ว อย่าเพลอใส่น้ำตาลมากน๊า เดี๋ยวแก้ยาก) ปรุงเสร็จก็ผัดให้ซอสเข้าเนื้อจึงปิดแก๊ส เติมข้าวสารลงไปคลุกๆให้เข้ากัน

4.เทส่วนผสมทั้งหมดลงหม้อดิน จากนั้นก็เอาน้ำที่เราแช่เห็ดหอมนี่แหละคะมาเติมลงไป น้ำแช่เห็ดจะทำให้ข้าวที่หุงออกมาหอมมากๆๆๆๆๆ กะให้น้ำท่วมเหมือนเวลาเราหุงข้าวปรกตินี่แหละคะ อาจจะเพิ่มน้ำอีกนิดนึง เพราะว่าเดี๋ยวส่วนผสมของเราจะแย่งดูดน้ำซะหมด ….ชิมน้ำดูนะคะว่าจืดหรือพอดีแล้ว ถ้าจืดไปก็เหยาะพวกซอสซักหน่อยเพิ่มเติม ชิมๆแล้วโอเคก็หุงได้เลย หุงไฟอ่อนๆ 15-20นาที …พอข้าวสุกก็ปิดแก๊สทิ้งให้ข้าวระอุก่อนซักหน่อยค่อยตักเสริฟ

**ถ้าใครจะหุงหม้อธรรมดาด้วยแก๊ส หรือหุงด้วยหม้อข้าวก็ได้คะ แต่นิ่มใช้หม้อดินแบบว่าอยากคลาสสิคอะคะ ฮ่าๆๆ **

IMG_2120

ปล.จัดเสริฟข้าวอบกุนเชียงคู่กับน้ำปลา พริก มะนาว อร่อยมากคะ แก้เลี่ยนหวานจากกุนเชียงได้ดีเลย😀

ใส่ความเห็น »

ผัดมักกะโรนีไก่

วันนี้มีผัดมักกะโรนีแบบไทยๆมาฝากกันจ้า จริงๆแล้วไม่ค่อยได้มีโอกาสทำเมนูนี้ซักเท่าไหร่คะ เพราะว่าเราอยู่ดินแดนมักกะโรนีเป็นทุนเดิม ก็เลยกินแต่พาสต้า พิซซ่า ในแบบของเขา…แต่วันนี้ที่บ้าน น้ำประปาเจ้ากรรมไม่ไหลซะงั้น ตั้งแต่เที่ยงวันถึง 2ทุ่ม ป๊าดๆๆๆ หิวข้าวเจ้าค่า ก็เลยหันมองนู่นมองนี่ ไม่รู้จะทำอะไรกิน!!

 จะต้มมาม่าก็แบบว่า แหม๋ๆ เก็บมาม่าไว้กินกันตายจริงๆดีกว่า แบบว่าถ้าวันไหนน้ำไม่ไหลไฟมาดับเนี่ยค่อยต้มมาม่า ฮ่าๆ…..ก็เลยนึกขึ้นได้ เออ …เรามีมักกะโรนีหลากหลายในตู้นี่นา

(มักกะโรนีของอิตาลี่คือ พวกพาสต้าเกลียว งอ หลอดๆ ข้อทั้งหลายหละคะ เค้าเรียกมักกะโรนีเด้อค่าเด้อ) เราก็จับมันมาผัดในสไตล์ไทยๆดีกว่า ใช้เวลาไม่มาก แถมเครื่องในตู้เย็นเราก็มีครบ แป๊ปๆก็ได้กิน อิอิ ผัดเสร็จก็กองๆ โยนๆ กระทะไว้ก่อนแหละ ฮ่าๆ น้ำไหลค่อยว่ากันจ้า….

IMG_2070

ส่วนประกอบ

1.มักกะโรนีชนิดไหนก็ได้  70 กรัม  (ต่อ 1คน)

2.กะหล่ำปลีหั่นพอคำซัก 2กำมือ (ล้างแล้วพักให้สะเด็ดน้ำ)

3.หอมหัวใหญ่หั่นเต๋า 1/3 ของลูก

4.มะเขือเทศหั่นเต๋าครึ่งลูก

5.ไข่ไก่ 1ฟอง

6.เนื้ออกไก่หั่นชิ้นพอคำ

7.ซอสปรุงรส

8.น้ำปลา

9.น้ำตาลทรายนิดหน่อย

10.ซอสพริกและซอสมะเขือเทศ

11.น้ำมันหอย

12.กระเทียมสับ1/3 ช้อนชา

13.น้ำมันพืช

14.แครอทหั่นฝอยหยาบๆ

**ปล.ใครจะประยุกต์ใส่ผักอะไรเพิ่ม ลดก็ตามสะดวกเท่าที่จะมีของในตู้เย็นเน้อ จะใส่เนื้อสัตว์หรือของทะเลก็ตามสะดวกเลยคะ)

วิธีทำ

1.นำหม้อใส่น้ำตั้งไฟพอประมาณ กะว่าท่วมมักกะโรนีนะคะ…พอน้ำเดือดเราก็ใส่มักกะโรนีลงไปต้ม เวลาการต้มนั้นจะมีระบุอยู่ที่ข้างกล่องนะคะ ต้มเสร็จก็เทใส่กระชอนพักให้สะเด็ดน้ำ (อย่าต้มนานกว่าเวลาที่เค้าระบุนะคะ เพราะเวลาผัดเดี๋ยวจะเละคะ)

IMG_2063

2.กระทะตั้งไฟให้ร้อน จากนั้นก็ใส่น้ำมันลงไปพอประมาณจ้า พอน้ำมันเริ่มร้อนก็โยนกระเทียมสับลงไปผัดให้เหลืองหอม เติ่มเนื้อไก่ลงไปผัดต่อให้สุก

**การผัดอะไรก็แล้วแต่เราต้องตั้งกระทะให้ร้อนจัดเลย แล้วค่อยใส่น้ำมัน เวลาผัด ของที่เราผัดจะได้ไม่ติดกระทะคะ**

IMG_2062

3.พอเนื้อไก่สุกจากนั้นก็เติมหอมหัวใหญ่หั่นเต๋า,มะเขือเทศหั่นเต๋า,กะหล่ำปลี,แครอทลงไปผัดให้พอสลด  (ในรูปไม่ได้ใส่มะเขือเทศคะ พอดีหมด แหะๆ)

IMG_2066

4.ปรุงรสด้วยน้ำมันหอยซักช้อนโต๊ะ เหยาะซอสปรุงรสซัก 2เหยาะ น้ำปลาซักหน่อย ตัดน้ำตาลนิดนึงนะคะจะได้กลมกล่อม

IMG_2067

“ที่เห็นเป็นกระดาษฟรอยด์ข้างๆกระทะนั้น คือแบบว่าน้ำไม่ไหลอะคะแล้วขี้เกียจทำความสะอาดเตาเวลาทำกับขาว ก็เลยเป็นวิธีประจำตัวที่ใช้ทุกวัน คือเอากระดาษฟรอยด์มาโป๊ะๆไว้ กันเลอะน้ำมัน พอเสร็จก็พับเก็บใช้ได้หลายครั้งนะถึงจะทิ้ง ฉลาดแบบขี้เกียจ ฮ่าๆๆ”

5.จากนั้นก็นำมักกะโรนีใส่ตามลงไป ใส่ซอสพริก ซอสมะเขือเทศอย่างละช้อนโต๊ะ ผัดให้เข้ากันอีกที ขั้นสุดทั้ายก็ตอกไข่ไก่ลงไป ผัดให้ไข่สุก และก็เป็นอันเสร็จเจ้าค่าตักใส่จานโรยพริกไทยป่นนิดนึงก็พร้อมหม่ำคะ อิอิ (ถ้าบ้านไหนมีเด็กกินก็งดซอสพริกและพริกไทยป่นเน้อ)

IMG_2068

              <ในรูปใส่ไข่ 2ฟองนะคะ นิ่มทำสำหรับ 2ที่คะ>

**ขอให้อิ่มอร่อยกับผัดมักกะโรนีไก่ในแบบฉบับ nimcuisine นะคะ ขอบคุณคะ😀  **

ใส่ความเห็น »

ขนมกลีบลำดวน

**หายหน้าหายตากันไปนานเลย ไม่ได้เข้ามาดูความเคลื่อนไหวหรือเพิ่มเมนูใหม่ๆ เพราะว่าช่วงที่ผ่านมานิ่มมีโอกาศได้กลับไปเยี่ยมบ้านเกิด กลับไปเมืองไทยมานั่นเอง….

ตอนนี้หมดเวลาท่องเที่ยว กลับอิตาลี่เข้าที่เข้าทางแล้วคะ ก็เลยได้มีเวลาทำอาหาร ทำขนม มาลง Blog ..

ซึ่งวันนี้เอาสูตรขนมไทยมาฝากคะ “ขนมกลีบลำดวน” เป็นหนึ่งในขนมไทยที่นิ่มชอบมากๆเลยคะ มีรสชาติไม่หวานมากตัวขนมออกร่วนซุย ไม่แข็งเหมือนกับคุ๊กกี้ ที่สำคัญคือกลิ่นของเทียนอบ เวลาขนมเข้าปากเนี่ยเหมือนต้องมนต์สะกดจริงๆนะ กินแล้วหยุดไม่ได้อะ ฮ่าๆๆ  แต่ถ้าจะทำต้องมีเวลาว่างจริงๆนะคะ เพราะกลีบลำดวนนี่ต้องใจเย็น ทำนานหน่อย แหะๆ

อู๊ย…ยิ่งโม้มาก ยิ่งอยากกินขนมอีกหละ งั้นไปดูส่วนผสมทำตัวขนมกันเลยดีกว่าคะ …

(อย่างว่านะคะ มือใหม่เพิ่งจะเคยทำกลีบลำดวนครั้งแรกในชีวิต รูปร่างหน้าตาอาจจะออกมาไม่สวยเหมือนที่เค้าทำขายกันน๊า ผิดพลาดหรือไม่ถูกต้องประการไดก็อย่าว่ากันนะคะ)

IMG_2040

IMG_1897

ส่วนประกอบ

1.เทียนอบขนม  (สำคัญมากขาดไม่ได้เลยนะคะ)

2.แป้งสาลีเอนกประสงค์  380 กรัม

3.น้ำตาลป่น  170  กรัม

4.น้ำมันพืช  200  กรัม  +3  ช้อนโต๊ะ

5.ภาชนะอลูมิเนียมมีฝาปิดสนิท หรือ โหลแก้วมีฝาปิดสนิท (สำหรับอบเทียนหอมตัวขนม)

วิธีทำ

1.เริ่มด้วยการนำถาดอบมาปูกระดาษไข หรือถ้าใครไม่มีก็ใช้น้ำมันทาบางๆที่ถาดได้คะ

2.นำแป้งสาลีที่เราเตรียมเอาไว้ มาร่อนซัก3-4ครั้ง

3.ทำเหมือนข้อ2เลยคะ คือร่อนน้ำตาลป่น 3-4ครั้ง

4.เมื่อเราร่อนทั้งแป้งและน้ำตาลป่นได้ที่แล้ว ก็นำทั้ง2ตัวมาร่อนผสมกันไว้ ในอ่างก้นลึก

5.ค่อยๆเติมน้ำมันลงในอ่างแป้งทีละนิดนะคะอย่าเททีเดียว ขยำอย่างเบามือ (นิ่มทำมา 3ครั้งแล้วคะ บางครั้งนิ่มก็ใช้น้ำมันไม่หมดนะคะ ขึ้นอยู่กับแป้งด้วยว่าแห้งหรือชื้น พยายามอย่าผสมให้แฉะ)

6.เมื่อแป้งเข้ากันดีแล้วก็คลุมแป้งไว้ด้วยผ้าขาวบางชุบน้ำบิดหมาดๆ พักไว้20นาที ให้แป้งอยู่ตัว

7.ผ่านไป 20นาที เราก็แบ่งตัวแป้ง (เหลือไว้ในอ่างซักกำน้อยๆเพื่อปั้นเกษร) มาปั้นเป็นก้อนกลมประมาณเหรียญบาท แล้วใช้มีดผ่าให้เป็น 4กลีบ…เราใช้แค่3กลีบ โดยจับมาวางเรียงในถาดให้ปลายทั้ง 3กลีบเกยกัน เวลาอบขนมจะได้ไม่แยกออกจากกัน ทำแบบนี้จนแป้งหมด

**ระหว่างปั้นแป้งก็หันไปวอมเตาอบไว้ 170 องศาเซลเซี่ยล**

8.จากนั้นเราก็มาปั้นเกษร วางบนตัวขนม แล้วบากเบาๆที่เกษรให้เป็นกากากบาท ปั้นเสร็จก็เข้าสู่กระบวนการอบขนมกันคะ ใช้เวลาอบไฟบน-ล่าง 10-12 นาที นิ่มอบแค่10นาที เพื่อให้ได้ตัวขนมที่ยังขาวนวลอยู่ อิอิ

9.พอเราได้ตัวขนมที่อบสุกแล้ว นำออกมาวางพักไว้ให้อุ่นก่อนแล้วค่อยแซะออกมาจากถาดนะคะ ถ้าเราใจร้อนแซะขนมออกจากถาดในเวลาที่มันร้อน ตัวขนมจะแยกกลีบกันคะ นิ่มทำมาแล้ว คือแบบว่าเห็นขนมมันร่อนง่ายเลยแซะออก กลีบขนมแยกตัวไม่สามัคคีกันเลย ฮือๆ ..

10.ขั้นตอนสุดท้ายเลยคือ พอได้ตัวขนมที่เย็นแล้วก้นำมาใส่ขวดโหล หรือ หม้ออลูมิเนียม วางเรียงอย่างเบามือนะคะเดี๋ยวขนมแตก..นำเทียนอบมาจุดไฟทั้ง2ด้าน รอให้ไฟลามถึงเนื้อเทียนก่อนค่อยดับ แล้ววางลงบนถ้วยรองเทียน ใส่ลงในโหลหรือหม้ออบขนม ปิดฝา….ถ้าเทียนอบอย่างดี อบไว้ซัก 30นาทีก็ทานได้แล้วคะ แต่ถ้าเทียนอย่างถูกก็ต้องอบไว้ซัก 1คืนขึ้นไปนะ

IMG_1896

**เคล็ดคือถ้าตัวเทียนที่เราซื้อมามันมีจุกดำๆ หรือเทียนที่ผ่านการใช้แล้ว ก็ให้ตัดเถ้าดำๆทิ้งก่อนแล้วค่อยจุดไฟ จุดไฟนั้นก็ต้องรอให้ไฟมันลามไปที่ใส้เทียนค่อยดับไฟนะคะ ไม่งั้นตอนอบขนม ขนมจะมีกลิ่นควัน ทำให้ขนมไม่อร่อยเท่าที่ควรคะ**

ขอให้อร่อยกับขนมกลีบลำดวนแบบฉบับ nimcuisine นะคะ :D

ใส่ความเห็น »

ขนมเค้กถ้วยฟูรสส้ม

Hello … สวัสดีวันอากาศดีๆ คะ …วันนี้มีเมนูขนมแบบง่ายๆมาฝากกันคะ ทำก็ง่าย กินก็ง่าย “กลืนหาย กลืนหาย” เลยทีเดียว ฮ่าๆๆ
**คือขนมขนมเค้กถ้วยฟูรสส้ม ขนมถ้วยฟูแบบธรรมดาตามท้องตลาดบ้านเราที่เมืองไทย เราก็จะคุ้นรสกันดี ..วันนี้เราจะมาลองเปลี่ยนบรรยากาศ ทำขนมเค้กถ้วยฟูรสส้ม  จะเป็นขนมถ้วยฟู แต่มีเนื้อเป็นเค้ก เอาง่ายๆคือเป็นลูกครึ่งนั่นเอง ฮ่าๆ แต่รับประกันความอร่อยนะคะว่าอร่อยมาก เนื้อเค้กมันนุ่มมากเลยคะ ไทยกินได้ ต่างชาติกินดี🙂

ส่วนประกอบขนมเค้กถ้วยฟูรสส้ม

1.แป้งสาลีเอนกประสงค์  200 กรัม

2.ผงฟู  1 ช้อนชา

3.น้ำตาลทราย  100 กรัม

4.นม  120 กรัม

5.ไข่ไก่  3 ฟอง

6.กลิ่นวนิลา  1/2  ช้อนชา

7.ผิวส้มครึ่งลูก

8.น้ำส้ม  4 ช้อนโต๊ะ

9.เนยละลาย  50 กรัม

10.น้ำมะนาว  1 ช้อนชา

**ก่อนอื่นเลยเราต้องเตรียมลังถึงใส่น้ำตั้งไฟไว้รอ**

วิธีทำ

1.เริ่มต้นที่ผิวส้มกันก่อนนะคะ (จะใช้ส้มเช้ง ส้มซันควิซ ก็ได้คะ 1ลูก) เราจะนำส้มไปล้างน้ำให้สะอาด เช็ดให้แห้ง จัดการขูดเอาแต่ผิวเปลือกส้ม เอาแค่ครึ่งลูกก็พอคะ แต่ถ้าส้มลูกเล็กขนาดไกล้เคียงพวกส้มบางมด ก็ใช้ทั้งลูกได้คะ การขูดจะขูดไม่ถึงผิวส้มนะคะ เอาเฉพาะเปลือกส้ม ถ้าขูดเอาผิวส้มส่วนที่เป็นขาวๆมาด้วย จะทำให้ขมได้คะ

2.นำแป้งสาลีมาร่อนรวมกับผงฟูแล้ววางพักไว้นะ

3.นำนม ไข่ไก่ น้ำตาลทราย ผสมลงในโถตี เริ่มตีด้วยสปีดต่ำไล่ไปจนสปีดสูง ตีไปซัก 5-6 นาทีนะคะ

4.จากนั้นให้เปลี่ยนเป็นตีสปีดต่ำสุด ทยอยเติมน้ำมะนาว น้ำส้ม กลิ่นวนิลา ผิวส้มที่เราขูดเอาไว้และเนยละลายตามลงไป สุดท้ายคือแป้งที่เราร่อนไว้ ตะล่อมหรือตีหัวตีความเร็วต่ำสุดให้พอเข้ากัน

5.ตักขนมใส่พิมพ์ขนม 3-4 ของถ้วยนะคะเดี๋ยวเวลาสุกเค้กจะฟูขึ้นมาคะ จะใช้พิมพ์ขนมที่เป็นถ้วยตะไล หรือเป็นถ้วยคัฟเค้กรองด้วยกระดาษเก๋ๆก็ดีคะ เสร็จแล้วนำไปนึ่งนะ ราวๆ 12-15 นาที  พอเค้กสุกยกออกมาวางพักไว้ให้หายร้อน หรือเค้กอุ่นๆ ก็สามารถยกเสริฟได้เลยคะ

**ขอให้อร่อยกับขนมเค้กถ้วยฟูรสส้มในแบบฉบับ nimcuisine นะคะ😀

ใส่ความเห็น »

แกงฟักทองหมู

วันนี้อากาศหนาวแล้วที่อิตาลี่ตอนใต้ ตกสายก็ยังทำให้นิ่มนั่งขี้เกียจเพราะอากาศที่เย็นไม่รู้จะหยิบจับทำอะไรก่อนดี พอเสร็จงานบ้านช่วงสายแก่ๆ ก็ไม่รู้จะทำอะไรเป็นมื้อกลางวันอีก พอดี๊ พอดี สามีผู้น่ารักคนนี้แวะห้างก่อนกลับบ้าน ซื้อน้ำดื่ม หมู เนื้อ มาติดตู้เย็นไว้….แต่ที่ทำให้นิ่มตื่นเต้นกระปรี้กระเปร่ามากคือ สามีได้ฟักทองเนื้อมันมา 2ลูก (เนื้อฟักทองจะเหมือนที่เรากินในเมืองไทย) เลยถือโอกาสทำแกงฟักทองของโปรดตัวเองซะเลย จะบอกว่าฟักทองเนื้อมันๆ แบบบ้านเราที่นี่มันหายากคะ จะมีขายแต่ฟักทองเนื้อสีส้มๆ ลูกใหญ่มากๆ และเนื้อฟักทองจะรสชาติเหมือนฟักแฟงซะมากกว่าคะ….

**นิ่มจะไม่ทำสูตรตายตัวนะคะว่าปรุงอะไรเท่าไหร่ เพราะนิ่มจะทำตามรสชาติที่ตัวเองชอบคะ คนอื่นอาจไม่กินรสเดียวกับเราเน่าะ ก็เลยให้เพื่อนๆปรุงแต่งตามความชอบตัวเองดีกว่า 

 

ส่วนประกอบแกงฟักทองหมู

1.ฟักทองลูกกลางๆ ครึ่งลูก

2.พริกแกงคั่ว หรือ พริกแกงแดง 1 ช้อนโต๊ะ – 1  1/2 ช้อนโต๊ะ

3.เนื้อหมู  2 ขีด

4.พริกสดซอยแฉลบ 2-3 เม็ด (ถ้าใครชอบเผ็ดก็เพิ่มได้อีกคะ)

5.ใบมะกรูดฉีก 5-6 ใบ

6.ใบโหรพาหรือใบกระเพราซัก 1กำมือ (แต่นิ่มไม่มีวันนี้ เลยไม่ได้ใส่คะ)

7.เกลือ

8.น้ำปลา

9.น้ำตาลปี๊บ หรือ น้ำตาลทราย

10.กระทิกระป๋อง ซักครึ่งกระป๋อง (นิ่มใช้กระป๋องใหญ่)

11.น้ำเปลา

 

วิธีทำ

1.นำฟักทองมาปลอกเปลือกหั่นเป็นชิ้นเล็กพอดีๆ เสร็จแล้วให้แช่น้ำไว้นะค่ะ

2.ล้างเนื้อหมู จัดการหั่นให้บางๆเตรียมไว้

3.นำหม้อหรือกระทะก้นลึกตั้งไฟกลาง-อ่อน ใส่หัวกระทิลงไปซัก 5 ช้อนโต๊ะ และพริกแกงที่เราเตรียมไว้ ผัดให้กะทิแตกมัน

ปล.หัวกะทิของนิ่มที่ได้จากกะทิกระป๋อง คือเราจะไม่เขย่ากระป๋องก่อนเปิดฝา พอเราเปิดฝากระป๋อง ก็ให้ตักเจ้ากะทิที่ลอยหน้านี่แหละคะ จะข้นมากๆ

4.พอผัดกะทิกับพริกแกงเริ่มแตกมันแล้ว เราก็เติมเนื้อหมูลงไปผัดให้พอสุก และต่อด้วยฟักทองที่เราหั่นเตรียมไว้ใส่ลงไปเลย เติมกะทิที่เหลือลงไป และน้ำเปล่านิดหน่อยพอให้ท่วมเสมอฟักทอง

5.จัดการปรุงรสต่อได้เลยคะ ใส่พริกที่เราซอยแฉลบไว้ลงไป เติมเกลือนิดหน่อย ,น้ำปลา (ระวังเค็มนะคะ เพราะส่วนมากพริกแกงจะมีรสชาติเค็มอยู่แล้ว) ตัดรสให้กลมกล่อมด้วยน้ำตาลปี๊บ หรือใครไม่มีก็เป็นน้ำตาลทรายได้คะ ปิดฝาตั้งไฟทิ้งไว้ซักพัก 15-20 นาที ให้ฟักทองสุก อย่าคนมากนะคะเดี๋ยวฟักทองจะเละไม่น่ากิน ชิมรสชาติต่ออีกครั้ง ขาดเหลืออะไรก็ปรุงเพิ่มได้คะ

6.ขั้นตอนสุดท้ายพอแกงฟักทองเราได้ที่ ก็ใส่ใบมะกรูดฉีกและ โรยด้วยใบโหรพาหรือกระเพรา ปิดฝา ปิดแก๊สก็เป็นอันเสร็จคะ

**ขอให้อร่อยกับแกงฟักทองหมูในแบบฉบับ nimcuisine นะค่ะ😀

ใส่ความเห็น »

เส้นบะหมี่เหลืองทำมือ (ไกลบ้าน)

ห่างหายไปจากบล็อกนานเลยทีเดียว เพราะทั้งเดือนนิ่มกับสามีง่วนอยู่กับการออกกำลังกาย และอีกอย่างคือสามีกำลังอยู่ในช่วงควบคุมน้ำหนักเพราะหมอสั่งก็เลยไม่ค่อยได้ทำอาหารคะ… เรื่องก็คือเมื่อก่อนสามีนิ่มเค้าน้ำหนักมาตราฐาน 75 กิโลกรัม แต่หลังจากนั้น ผ่านไป 3ปี น้ำหนักก็พุ่งราวกับเสกคาถา ขึ้นมา 11 กิโลกรัม จนอืดและเริ่มที่จะหายใจหายคอไม่ค่อยสะดวก เริ่มปวดต้นคอและบ่าหลัง…หมอเลยสั่งให้เริ่มควบคุมน้ำหนัก 6วันกินอาหารชีวจิต ส่วนอีก 1 วัน กินอะไรก็ได้ตามใจเรา แต่ว่าอย่าหนักหวาน มัน และแป้งให้มาก… และนี่คือผลของการตามใจปากเกินความพอดี อาจทำให้เราเป็นโรคได้นะคะเพื่อนๆ ยังไงจะกินอะไรก้ให้นึกถึงผลที่เราจะได้รับด้วยละกัน กินมากก็ออกกำลังกายมาก ทดแทนกันไป….และพรุ่งนี้เป็นวันที่กินอาหารตามใจเรา เลยนึกขึ้นได้ว่าสามีอยากกิน บะหมี่เกี๊ยวหมูแดง เน้นน้ำซุปและลูกชิ้นไก่งวง ไม่เน้นเส้นเท่าที่ควร ก็เลยทำเส้นแค่ 250 กรัม ทำไว้ซะวันนี้ ทิ้งไว้ 1คืนเส้นจะอยู่ตัวและจะอร่อยขึ้น……… พูดมากและยาวเกินไปและ ไปดูส่วนผสมทำเส้นบะหมี่เหลือง หรือบะหมี่ไข่ กันเลยดีกว่าคะ

ส่วนผสม

1.แป้งสาลีอเนกประสงค์  500 กรัม

2.ไข่ไก่ 4 ฟอง

3.น้ำเปล่า  50-80 กรัม

4.เกลือ  1/4 ช้อนชา

5.เบกกิ้งโซดา  1 ช้อนชา

6.แป้งสาลี 100-150 กรัม  (สำหรับโรยเป็นแป้งนวล)

วิธีทำ

1.นำแป้งสาลีอเนกประสงค์ใส่ลงอ่าง แบ่งให้เป็นหลุมตรงกลาง

2.จากนั้นก็ตอกไข่ไก่ใส่ลงไป ตามด้วยเกลือและเบกกิ้งโซดา ค่อยๆเกลี่ยส่วนผสมแป้ง นวดๆให้เข้ากันอย่างช้าๆ ถ้าแห้งไปก็ค่อยเติมน้ำเปล่า พยระวังจะแฉะนะคะ (แต่นิ่มไม่ได้เติมน้ำเพราะไข่ไก่ที่บ้านฟองใหญ่มากๆ)

3.จากนั้นก็นำแป้งออกมานวดบนโต๊ะ นวดด้วยไม้ ซัก 1-2 ชั่วโมง ยิ่งนวดนานเส้นก็จะยิ่งเหนียวนุ่มนะคะ แต่ถ้าใครไม่ค่อยมีเวลา ก็นวดอย่างน้อย ซักครึ่งชั่วโมง (นวดด้วยมือก็ได้คะ แต่ปวดหลังมากกว่านวดด้วยไม้นะ)

4.พอแป้งเข้ากันดีแล้วก็ห่อแป้งด้วยพลาสติกให้มิด ทิ้งไว้ซักพักค่อยตัดแบ่งออกมาเพื่อทำการคลึงเป็นแผ่นต่อไป (ระวังอย่าให้แป้งที่เหลือโดนลม เพราะจะทำให้แป้งแข็งคะ)

5.พอคลึงแป้งบางได้ที่แล้วเราก็ทำการโรยแป้งนวล แล้วพับ  3-4 ทบ ทุกทบต้องโรยแป้งนวลก่อนที่จะพับทบนะคะ ไม่งั้นตอนตัดแป้งติดกันหนึบแน่นอน  (ใครไม่มีเครื่องรีดแป้งก็ให้คลึงด้วยไม้คลึงแป้ง แต่นิ่มใช้เครื่องรีดแป้งพาสต้า สะดวกดีคะ)

6.พอได้แป้งที่เราพับทบกันดีแล้วก็หันมาใช้มีดตัดเส้นให้ออกมาเท่าๆกัน (ตามรูปไม่เคยเท่ากันเลยให้ตายสิ ฮ่าๆ) หรือใครมีเครื่องทำเส้นพาสต้าก็สามารถใช้ได้นะคะ แต่วันนี้นิ่มพยายามหาแล้วอะ แต่หาตัวรีดเส้นไม่เจอ ก็เลยต้องตัดด้วยมีดอีโต้นี่แหละคะ ยืนหลังแข็งเลยกว่าจะตัดออกมาได้ ใหญ่บ้าง เล็กบ้างก็ไม่เป็นไรเน่าะ เดี๋ยวก็ลงไปอยู่ในกระเพาะและ แหะๆ

7.เส้นที่เราตัดได้แล้วก็นำแป้งนวลมาโรย และจับขยุมๆ เบามือนะคะ แป้งก็จะแยกออกเป็นเส้นเองคะ ถ้าเส้นไหนยังเกาะกันอยู่ก็สางมันออกทีละเส้น แล้วก็จับรวบเป็นก้อนๆ คลุมผ้าไว้ก่อนกันลม ทำแบบนี้กับแป้งที่แบ่งไว้ทีละก้อนจนแป้งหมดนะคะ  พอเราได้เส้นบะหมี่มาแล้วก็เก็บใส่ถุงมัดปากถุงไว้ เข้าตู้เย็นซัก 1คืนก่อนนำออกมาทำเมนูอาหารกิน จะทำให้เส้นอยู่ตัวเหนียวนุ่มขึ้นด้วยคะ

**แค่นี้เราก็ได้เส้นบะหมี่เหลือง หรือเส้นบะหมี่ไข่ เอาไว้ทำบะหมี่เกี๊ยว ทำก๊วยเตี๋ยวกินแล้วคะ สำหรับคนไกลบ้านเฉพาะตัวนิ่มเองก็ไม่เคยหาซื้อเส้นบะหมี่ได้เลยคะ จึงต้องลงมือทำ ตอนนี้ประสบความสำเร็จ ภูมิใจและอิ่มอร่อยกับบะหมี่ฝีมือตัวเองมากๆคะ ยังไงก็ขอให้เพื่อนๆ อิ่มอร่อยกับเส้นบะหมี่เหลืองทำมือในแบบฉบับ nimcuisine นะคะ

ใส่ความเห็น »